Archive for the ‘แม่และเด็ก’ Category

สาร Bisphenol A (BPA) เป็นสารเคมีต้องห้ามในประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา 3 รัฐ ซึ่งโรงงานผลิตขวดนมหลายแห่งได้เลิกใช้สารนี้ในการผลิตขวดนมแล้ว แต่ก็ยังมีสินค้าที่ผลิตไว้แล้ว ค้างอยู่เพื่อรอการจำหน่าย และมีสารเคมีชนิดนี้เป็นส่วนประกอบ

องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีมาตรการให้โรงงานผลิตขวดนมหยุดใช้สารเคมีชนิดนี้ในการผลิต เพื่อลดผลกระทบและปัญหาสุขภาพที่จะเกิดขึ้นกับทารกและเด็กในอนาคต แม้ว่าสารบีพีเอจะเป็นสารเคมีที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมายของอังกฤษ และประเทศอื่นๆ ในยุโรป แต่ก็มีผู้ผลิตหลายรายพยายามเลิกใช้สารเคมีนี้ภายในปีนี้ แต่บางรายก็ยังใช้ต่อไปเพราะยังไม่มีกฎหมายออกมาห้าม

สารบีพีเอเป็นสารที่มักจะใช้ในการผลิต อาหารกระป๋อง ซึ่ง จะทำปฏิกิริยากับกรดหรือความร้อน หากสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมากจะทำให้เกิดความผิดปกติในรังไข่และระบบประสาท การทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ การผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน รวมถึงการเผาผลาญพลังงานในร่างกายมีปัญหา ดังนั้นการป้องกันอันตรายจากสารบีพีเอในทารกที่ดีที่สุดคือ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ขวดนมพลาสติกในเด็กทารก
ที่มา : women.sanook.com

เพิ่งจะคลอดเจ้าตัวเล็กได้ไม่นาน แต่คุณแม่ก็ตั้งครรภ์อีกครั้งแล้ว ไหนจะต้องดูแลลูกคนโต ดูแล ตัวเอง และต้องรับมือกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอีก ลองมาดูเคล็ดลับเพื่อรับมือกับการตั้งครรภ์พร้อมๆ กับการเลี้ยงลูกกันค่ะ

1.รีบฝากครรภ์
ทันทีที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์อีกครั้ง ควรรีบไปฝากครรภ์เพื่อตรวจดูว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหรือไม่ โดยเฉพาะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุมาก หรือตั้งครรภ์ใหม่ภายใน 3 เดือนหลังจากคลอดลูก อย่าวางใจว่าการตั้งครรภ์ครั้งที่แล้วปกติดีคราวนี้ก็คงไม่เป็นอะไร หรือซื้อยามากินเอง การฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ คุณหมอจะได้ช่วยดูแลสุขภาพและแนะนำวิธีบำรุงร่างกาย เพราะคุณแม่จะต้องเหนื่อยขึ้นเป็น 2 เท่า กับการเลี้ยงลูกไปพร้อมๆ กับ การตั้งครรภ์

การตั้งครรภ์ครั้งนี้อาจเลือกฝากครรภ์กับแพทย์คนเดิม เพราะจะทราบประวัติและสุขภาพของคุณแม่อยู่แล้ว นอกจากนี้ หากต้องเลี้ยงลูกด้วย การเดินทางไกลอาจไม่สะดวกนัก จึงควรเลือกฝากครรภ์กับสถานพยาบาลที่ใกล้บ้านหรือเดินทางสะดวก ก็จะช่วยประหยัดเวลาและไม่เหนื่อยด้วยค่ะ (more…)

มาสร้างรอยยิ้ม ความสุข และการเรียนรู้ของลูกน้อยให้เป็นเรื่องบวก เกิดความทรงจำดีๆ เก็บอยู่ในสมองให้มากขึ้นด้วยกิจกรรมง่ายๆ ที่มาจากกิจวัตรประจำวันของลูกกันค่ะ
1 อิ่มอุ่นจากนมแม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่า นมแม่มีสารอาหารมากคุณค่าครบถ้วน ที่ช่วยพัฒนาเซลล์สมองให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญ ลูกน้อยยังได้รับสิ่งดีๆ มีความสุขผ่านบรรยากาศรอบๆ ตัวที่ลูกน้อยมองเห็นทุกวัน ไม่ว่าสายตา รอยยิ้ม กลิ่น และสัมผัสของแม่ เป็นความรู้สึกทางบวก ส่งผลดีต่อลูกน้อย

2 Exercise ออกกำลังกาย
การส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกาย ใช้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ นั้น เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้สมองเกิดการตื่นตัว สามารถเรียนรู้ได้ดี ขณะเดียวกันหลังการออกกำลังกาย ใช้กล้ามเนื้อ สมองยังหลั่งสารที่ชื่อว่า Endorphin (เอนดอร์ฟีน) ที่ช่วยให้ลูกอารมณ์ดี มีความสุข สุขภาพก็แข็งแรงค่ะ

3 สัมผัสรัก
สัมผัสที่อ่อนโยน เป็นการกระตุ้นการเรียนรู้ได้หลายส่วน เป็นความอบอุ่นที่ลูกรับรู้ตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ให้แข็งแรง ระบบการหมุนเวียนของโลหิตไหลเวียนได้ดี ลูกรู้สึกถึงความมั่นคงและปลอดภัย อารมณ์และจิตใจของลูกก็ดีตามไปด้วย

4 สื่อสารความรู้สึก
การถ่ายทอดเสียงที่นุ่มนวลอ่อนโยน เช่น การพูดคุย ร้องเพลง หรือการเล่านิทาน เรื่องราวสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวที่พ่อแม่สื่อสารกับลูก จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสการรับรู้ ทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย โดยเฉพาะเมื่อคุณบอกรัก ลูกจะสัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เกิดเป็นกระบวนการจดจำในสมองของลูกระยะยาว

5 สร้างเสียงหัวเราะ
แต่ละครั้งที่ลูกหัวเราะ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนโดพารีนออกมาเพื่อช่วยลดระดับความเครียด และยังส่งผลที่ดีต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบหายใจ การย่อย ที่สำคัญ คุณพ่อและคุณแม่ คือ คนสำคัญที่ช่วยสร้างความรัก ความผูกพัน ความสุขให้ลูก
ความสุขอยู่ที่สมองส่วนใด
การที่สมองเลือกเก็บข้อมูลเรื่องความสุขเป็นความทรงจำที่ดี ล้วนมีอิทธิพลโดยตรงเกิดจากอารมณ์ที่เป็นตัวกระตุ้น โดยเฉพาะเรื่องราวที่กระทบความรู้สึก ที่เป็นเรื่องน่าสนใจ สมองจะยิ่งจดจำได้นานและดี เพราะสารเคมีและกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่อยู่ภายในเซลล์สมองจะทำงานเก็บข้อมูลความทรงจำอยู่ตลอดเวลา เกิดการเชื่อมโยงระหว่างเซลล์สมองต่อกัน ฉะนั้น เมื่อสมองรับข้อมูลเรื่องบวกบ่อยๆ จะเกิดเป็นจุดเชื่อมโยง เส้นใยประสาทที่แข็งแรงและเพิ่มจุดรับข้อมูลมากขึ้น ทำให้การส่งผ่านข้อมูลรวดเร็วและง่ายขึ้น เกิดการหลั่งสารเคมีที่สำคัญส่งผลต่อความรู้สึกเรื่อง ความสุขของลูกน้อยโดยตรง สิ่งเตือนใจอย่างหนึ่งสำหรับการเติมความสุข ความทรงจำที่ดีผ่านสมองลูก คือสภาวะจิตใจและการเลี้ยงดูที่เหมาะสมของคุณพ่อคุณแม่ ที่มีส่วนอย่างมากต่อการเรียนรู้ เป็นเหตุให้เซลล์สมองอาจถูกทำลายได้ ถ้าลูกไม่มีความสุข

ที่มา : women.sanook.com